โช๊คอัพ Profender ราคาดีที่สุด · ติดตั้งโดยมืออาชีพ 1,000+ คัน · SETUP ตรงรุ่นทุกคัน
ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนช่วงล่าง หลายคนอยากรู้ ราคาโช๊ค profender ทุกรุ่นแบบเห็นภาพรวมก่อนว่าแต่ละเกรดราคาเท่าไร คุ้มค่าแค่ไหน และรุ่นรถของตัวเองต้องจ่ายประมาณเท่าไร บทความนี้ทีมช่าง Tairod รวมราคาโช๊ค Profender ทุกรุ่นทุกเกรดไว้ในที่เดียว ทั้งสายรถเก๋งอย่าง DRIFT และ FITZ และสายรถกระบะ/SUV ตั้งแต่รุ่นมาตรฐานหลักพันบาทไปจนถึงเกรดท็อป Tune Series พร้อมตารางราคาต่อเส้นอ้างอิงจากแคตตาล็อกทางการ เพื่อให้คุณวางงบและเลือกได้ตรงจุด (บทความครอบคลุมทั้งการสะกด โช๊ค และ โช้ค)
ราคาโช้ค Profender ไม่ได้มีราคาเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก หนึ่งคือประเภทรถ (รถเก๋งคิดเป็นชุดพร้อมสปริง ส่วนรถกระบะ/SUV คิดเป็นราคาต่อเส้น) สองคือเกรดหรือเทคโนโลยี (มาตรฐาน, Jumbo, ปรับ 4 ระดับ, โมโน 2.0, Queen, Tune ฯลฯ) ยิ่งเกรดสูงและปรับได้ละเอียดยิ่งราคาสูง และสามคือรุ่นปีและระบบขับเคลื่อนของรถ (2WD/4WD ใช้เบอร์ต่างกัน) ดังนั้นเวลาเทียบราคาต้องดูให้ครบทั้งสามปัจจัย ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขต่ำสุด
อีกจุดที่หลายคนสับสนคือ ราคาที่เห็นเป็น “ต่อเส้น” หรือ “ต่อชุด” สำหรับรถกระบะและ SUV ราคามักคิดต่อเส้น การเปลี่ยนทั้งคันใช้ 4 ต้น (หน้า 2 หลัง 2) โดยต้นหน้าและต้นหลังราคาไม่เท่ากัน ส่วนรถเก๋งในสาย DRIFT/FITZ มักคิดเป็นชุดพร้อมสปริง เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้วจะประเมินงบได้แม่นยำขึ้น
สำหรับรถเก๋งและรถ EV Profender มีสองสายหลัก DRIFT Series เน้นบุคลิกสปอร์ตและการควบคุม ปรับความสูงได้ ราคาเริ่มประมาณ 21,000 บาทต่อชุดในรถยอดนิยม ส่วน FITZ เน้นความนุ่มนวลและการเดินทางสบาย เหมาะกับรถครอบครัวและ EV ราคาประมาณ 29,000–35,000 บาทต่อชุดแล้วแต่รุ่นรถ ราคาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างอ้างอิง
| รุ่น/สาย | เหมาะกับ | ราคาอ้างอิง (ต่อชุด) |
|---|---|---|
| DRIFT Series | เก๋ง เน้นสปอร์ต/คุมตัว/โหลด | ~21,000–25,000 บาท |
| FITZ | เก๋ง/EV เน้นนุ่ม เดินทางสบาย | ~29,000–35,000 บาท |
สายรถกระบะและ SUV เป็นตลาดหลักของ Profender จึงมีเกรดให้เลือกหลากหลายที่สุด ตารางด้านล่างเป็นช่วงราคาต่อเส้นตามเกรด เรียงจากประหยัดไปหาสมรรถนะสูง (การเปลี่ยนทั้งคันใช้ 4 ต้น ต้นหน้า/หลังราคาต่างกัน)
| เกรด | จุดเด่น | ราคาอ้างอิง (ต่อเส้น) |
|---|---|---|
| มาตรฐาน (Standard) | เปลี่ยนแทนของเดิม ราคาประหยัด | ~1,190–1,740 บาท |
| Jumbo | กระบอกใหญ่ ทนขึ้น รองรับยกเล็กน้อย | ~3,210–4,280 บาท |
| ปรับ 4 ระดับ | ปรับความหนืดได้ 4 ระดับ | ~6,550–8,200 บาท |
| โมโน 2.0 (Monotube) | ระบายความร้อนดี งานหนัก/ทางไกล | ~7,800–11,350 บาท |
| โมโน 2.0 ปรับ 8 ระดับ | จูนละเอียดขึ้น | ~16,000–18,000 บาท |
| Piggyback / Subtank | ถังพักน้ำมันแยก งานหนัก | ~18,200 บาท |
| Queen Series | พรีเมียม SUV/ยกสูง | ~13,900–22,500 บาท |
| Tune Series (ท็อป) | ปรับ 16 ระดับ สมรรถนะสูงสุด | ~29,400–40,950 บาท |
| Bypass | ออฟโรดหนักสุด | ~43,500 บาท |
อ่านต่อ: โช้คอัพ Profender ครบทุกรุ่น คู่มือฉบับสมบูรณ์ และ เลือกซื้อโช้คอัพ Profender ตรงรุ่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น นี่คือช่วงราคาต่อเส้นของรถกระบะยอดนิยม (จากเกรดถูกสุดถึงเกรดท็อป) ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รุ่นมาตรฐานสำหรับใช้งานทั่วไป ไปจนถึงเกรดสมรรถนะสูงสำหรับงานหนักและออฟโรด
| รุ่นรถ | ช่วงราคาอ้างอิง (ต่อเส้น) |
|---|---|
| Isuzu D-Max | ~1,190–18,200 บาท |
| Toyota Hilux Revo / Revo Rocco | ~1,260–40,950 บาท |
| Ford Ranger / Everest | ~7,800–43,500 บาท |
| Nissan Navara | ~6,650–18,200 บาท |
| Nissan Terra | ~6,550–18,000 บาท |
สำหรับ SUV ยกสูงพรีเมียมอย่าง GWM Tank 300 และ Tank 500 จะใช้เกรด Queen Series และ Tune Series เป็นหลัก ซึ่งเป็นเกรดท็อปจึงมีราคาสูงกว่ากลุ่มกระบะทั่วไป แนะนำสอบถามราคาตรงรุ่นกับทางร้านเพื่อความแม่นยำ เพราะราคาขึ้นกับรุ่นปีและออปชันที่เลือก
ราคาในตารางเป็นราคาตัวสินค้าอ้างอิงจากแคตตาล็อก ส่วนค่าติดตั้งและตั้งศูนย์ล้อขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน ที่ Tairod เรามีบริการติดตั้งพร้อมตั้งศูนย์ล้อให้ในเคสเปลี่ยนโช้ค และโช้ค Profender ทุกตัวที่ติดตั้งกับเรารับประกัน 2 ปีหรือ 60,000 กิโลเมตรแล้วแต่อย่างใดถึงก่อน ครอบคลุมความเสียหายจากการผลิตและการทำงานที่ผิดปกติ เช่น น้ำมันรั่วซึมหรือแรงต้านหาย
คำแนะนำจากช่างคือ อย่าตัดสินใจจากราคาถูกสุดเพียงอย่างเดียว เพราะโช้คที่ตรงรุ่นและเกรดเหมาะกับน้ำหนักรถจะให้ผลลัพธ์ดีกว่าและอยู่ทนกว่า การเลือกของถูกที่ไม่ตรงงานอาจต้องเปลี่ยนซ้ำในเวลาไม่นาน ทีมช่าง Tairod ยินดีช่วยประเมินการใช้งานจริงและแนะนำเกรดที่คุ้มที่สุดในงบที่มี
เพื่อให้เลือกได้คุ้มค่า ควรเข้าใจว่าราคาที่ต่างกันแลกมากับอะไร รุ่นมาตรฐานและ Jumbo เป็นโช้คเปลี่ยนแทนของเดิมที่คืนความนิ่งให้รถในราคาประหยัด เหมาะกับคนใช้รถทั่วไปที่ไม่ได้บรรทุกหนักหรือยกสูง ถัดขึ้นมาคือเกรดปรับ 4 ระดับ ที่เพิ่มความสามารถในการปรับความหนืด ทำให้เลือกนุ่มเวลาขับในเมืองหรือแข็งขึ้นเวลาบรรทุกได้ในตัวเดียว จึงคุ้มค่าสำหรับคนที่ใช้งานหลากหลาย
เกรดโมโน 2.0 (Monotube) เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านสมรรถนะ เพราะโครงสร้างกระบอกชั้นเดียวความดันสูงมีปริมาณน้ำมันมากและระบายความร้อนดีกว่า ทำให้แรงหน่วงคงที่แม้ใช้งานหนักต่อเนื่อง เหมาะกับคนบรรทุกบ่อยหรือขับทางไกลประจำ ส่วนเกรดท็อปอย่าง Queen Series และ Tune Series รวมถึงรุ่นที่มีถังพักน้ำมันแยก เหมาะกับ SUV ยกสูงและงานออฟโรดจริงจังที่ต้องการทั้งการปรับที่ละเอียดและความทนทานสูงสุด ราคาที่สูงขึ้นจึงสะท้อนเทคโนโลยีและวัสดุที่มากขึ้นตามไปด้วย
คำถามที่ว่า “คุ้มไหม” ตอบได้จากการใช้งานจริง ถ้าคุณใช้รถเบา ๆ ในเมือง การจ่ายเพิ่มเพื่อเกรดท็อปอาจเกินความจำเป็น แต่ถ้าบรรทุกหนักหรือขับทางไกลบ่อย การลงทุนกับเกรดโมโน 2.0 ขึ้นไปมักคุ้มกว่าในระยะยาว เพราะทนกว่า ให้ความนิ่งกว่า และไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย การเลือกให้ตรงกับการใช้งานคือกุญแจของความคุ้มค่า ไม่ใช่การเลือกถูกสุดหรือแพงสุด
เทียบกับโช้คเดิมติดรถ (OE) ข้อได้เปรียบของ Profender คือความทนทานและการตอบสนองที่คงที่กว่า โช้ค OE มักเน้นต้นทุนต่ำและเสื่อมเร็วเมื่อผ่านหลักแสนกิโลเมตร ส่วน Profender ออกแบบให้แรงหน่วงคงที่นานกว่าและเลือกคาแรกเตอร์ได้ ส่วนเมื่อเทียบกับโช้คนำเข้าจากยุโรปหรือญี่ปุ่นในสเปกใกล้เคียง Profender มีข้อได้เปรียบเรื่องราคา อะไหล่ และศูนย์บริการในประเทศ ทำให้ดูแลระยะยาวง่ายกว่าและจ่ายน้อยกว่าในระดับสเปกที่ใกล้กัน
สำหรับผู้ใช้รถกระบะและ SUV ในไทยที่ต้องการทั้งความคุ้มค่าและความมั่นใจ Profender จึงเป็นตัวเลือกที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะเมื่อเลือกเกรดให้ตรงกับการใช้งานและติดตั้งกับร้านที่ชำนาญ ราคาที่จ่ายไปจะแปรเป็นประสบการณ์ขับขี่ที่ดีขึ้นและช่วงล่างที่อยู่ทนคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุน
สำหรับคนที่มีงบจำกัดและใช้รถทั่วไป การเริ่มที่รุ่นมาตรฐานหรือ Jumbo ก็ยกระดับความนิ่งจากโช้คเดิมได้ชัดเจนในงบต่อคันที่ไม่สูงมาก เหมาะกับรถบ้านที่ขับในเมืองเป็นหลัก ถ้ามีงบเพิ่มขึ้นอีกระดับ ขยับมาเกรดปรับ 4 ระดับจะได้ความยืดหยุ่นในการปรับความหนืด เหมาะกับคนที่น้ำหนักบรรทุกเปลี่ยนบ่อยหรืออยากได้ทั้งความนุ่มและความนิ่งในตัวเดียว ถือเป็นจุดที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้ใช้ส่วนใหญ่
ถ้างบถึงเกรดโมโน 2.0 ขึ้นไป จะได้ความทนทานต่อความร้อนและการรับน้ำหนักที่ดีขึ้นชัด เหมาะกับคนบรรทุกหนักหรือขับทางไกลบ่อย ส่วนงบสูงสุดที่เน้นสมรรถนะและออฟโรดจริงจังจึงค่อยพิจารณา Queen หรือ Tune Series การวางงบที่ดีคือเผื่อค่าติดตั้งและตั้งศูนย์ล้อไว้ด้วย และเลือกเกรดให้ตรงกับการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องซื้อเกรดสูงสุดถ้าไม่ได้ใช้ความสามารถนั้น ทีมช่าง Tairod ช่วยจับคู่เกรดกับงบให้ได้ความคุ้มค่าที่สุด
ราคาโช๊ค Profender ต่อคู่หรือต่อชุดเท่าไร รถกระบะ/SUV คิดต่อเส้น การเปลี่ยนทั้งคันใช้ 4 ต้น จึงต้องคูณจำนวนต้นและรวมต้นหน้ากับต้นหลังที่ราคาต่างกัน ส่วนรถเก๋งสาย DRIFT/FITZ มักคิดเป็นชุดพร้อมสปริง
เกรดถูกสุดใช้ได้ดีไหม รุ่นมาตรฐานและ Jumbo เหมาะกับการใช้งานทั่วไปและงบประหยัด ให้ผลดีขึ้นชัดจากโช้คเดิม แต่ถ้าบรรทุกหนักหรือต้องการปรับได้ ควรขยับไปเกรดปรับ 4 ระดับหรือโมโน 2.0 เพื่อความคุ้มค่าในระยะยาว
อยากได้ราคาตรงรุ่นรถต้องทำอย่างไร แจ้งรุ่น ปีรถ และระบบขับเคลื่อน (2WD/4WD) กับทางร้าน แล้วเราจะเช็กเบอร์ที่ตรงรุ่นและแจ้งราคาที่แม่นยำให้ ทาง LINE ของร้าน (lin.ee/NPQGacb) หรือโทร 098-992-5665
ราคาโช๊ค Profender ปรับขึ้นบ่อยไหม ราคาอาจปรับตามต้นทุนและโปรโมชันเป็นช่วง ๆ ตัวเลขในบทความเป็นราคาอ้างอิงเพื่อวางงบ ก่อนตัดสินใจจริงควรสอบถามยืนยันราคาล่าสุดกับทางร้านเสมอ เพื่อความแม่นยำตามรุ่นปีและช่วงเวลานั้น
เรียบเรียงโดยทีมช่างช่วงล่าง Tairod ร้านยางและโช้คอัพย่านนนทบุรี–กรุงเทพ ที่ติดตั้งโช้คอัพ Profender ให้ลูกค้ามาแล้วกว่า 1,500 คัน ข้อมูลราคาอ้างอิงจากแคตตาล็อกทางการของ บริษัท โปรเฟนเดอร์ จำกัด อัปเดตกรกฎาคม 2026 ราคาต่อเส้นและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามรุ่นปีและโปรโมชัน กรุณาสอบถามยืนยันก่อนตัดสินใจ
ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการทำงานของโช้คอัพ อ่านได้ที่ Shock absorber (Wikipedia)
Toyota
Honda
Mazda
Nissan
Mitsubishi
Isuzu
Ford
Suzuki
BYD
MG
Tesla
Mercedes-Benz
BMW
Audi
Volkswagen
Volvo
Lexus
Porsche
Hyundai
Kia
Subaru
Haval
ORA
AION
NETA
Deepal
Denza
ZEEKR
XPeng
Geely
Wuling
Changan
Hyptec
OMODA
JAECOO
Chery
Land Rover
Mini
Peugeot
Chevrolet
Bentley
Lamborghini
Ferrari
Jaguar
จำหน่ายยางรถยนต์ทุกยี่ห้อ โช้คอัพ และน้ำมันเครื่องคุณภาพสูง รองรับรถยนต์ไฟฟ้า EV ทุกรุ่น พร้อมบริการติดตั้งและจัดส่งทั่วกรุงเทพและปริมณฑล ตอบเร็วผ่าน LINE
1